40 อาหารฮ่องกงที่ไม่กินไม่ได้เลยในชีวิตนี้ (ตอนที่ 4)

ชาวฮ่องกงแทบทุกคนต่างก็หลงใหลในอาหารต้นตำรับฮ่องกงไม่น้อยไปกว่าการเมือง การช็อปปิ้ง การพนันรวมถึงหุ้นเลย      ฮ่องกงเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอาหารดึงดูดนั่งท่องเที่ยว และยังสามารถฉีกขนบประเพณีการทำอาหารดั้งเดิมโดยการสร้างเมนูใหม่ๆที่ผสมผสานอาหารของต่างชาติแต่ยังเหลือกลิ่นไอความเป็นฮ่องกงอยู่ และนี่คือ 40 เมนูที่เราแนะนำว่าคุณ “ต้อง”หามาลองให้ได้ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้กิน
Credit : Guru เที่ยวฮ่องกง
31. บาร์บีคิวเครื่องในวัวชาสมุนไพรโบราณของจีนที่เป็นที่นิยมมากในวงการแพทย์แผนจีนโบราณ มีสรรพคุณช่วยในการบำรุงไตและป้องกันโรคไขข้ออักเสบได้ โดยมัลเบอร์รี่ที่เอามาต้มจะต้องเป็นมัลเบอร์รี่ที่ขึ้นตามธรรมชาติเท่านั้น ด้วยรสหวานอ่อนๆปนฝาดนิดๆ เมื่อนำมาต้มชากับเม็ดบัวจะทำให้มีกลิ่นหอมหวานๆ เป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้านและนักท่องเที่ยวอย่างมาก
 ร้านที่แนะนำว่าโดนแน่ๆ: ร้าน Block 13 Cow Offal ชั้น 1 ตั้งอยู่ที่ 1 ถนน Shu Kuk, North Point โทร +852 3575 9299
32. โจ๊กสำหรับเราชาวไทยแล้ว โจ๊กเป็นที่รู้จักในนาม “อาหารประจำชาติคนป่วย” ซึ่งเป็นอาหารประจำชาติของฮ่องกง ที่เหมาะสำหรับเช้าๆที่ไม่ต้องการอาหารที่หนักท้องเกินไป แต่ก็ทำให้อิ่มได้จนถึงเที่ยง แม้การทำจะแสนยุ่งยาก แต่ก็เป็นอาหารจานโปรดของคนที่นี่มากมาย มีทั้งไก่ หมู เนื้อ ปลา กุ้ง ฯลฯ
 ร้านที่หาทานได้: ร้าน Sang Kee Congee Shop ชั้น 1 ตั้งอยู่ที่ 7-9 ถนน Burd Street, Sheung Wan โทร +852 2547 1099.
33. พุดดิ้งถ้วยกระเบื้องพุดดิ้งสูตรแดนมังกรที่มีถ้วยกระเบื้องเคลือบเป็นภาชนะ ตัวพุดดิ้งทำจากแป้งข้าวเจ้าปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายแดงและโรยหน้าด้วยถั่วแดง เป็นของหวานสำหรับคนรักสุขภาพโดยแท้จริง
 ร้านที่หากินได้: ร้าน Kwan Kee Store ร้านที่ 10 ตั้งอยู่ที่ 115-117 ถนน Fuk Wah, Sham Shui Po โทร +852 2360 0328
34. ทงคัตสึร้าน TonkichiTonkichi คือร้านอาหารญี่ปุ่นร้านแรกของเกาะฮ่องกง เป็นที่นิยมของชาวฮ่องกงด้วยเมนูทอดๆที่ขึ้นชื่ออย่างทงคัตสึ อาหารชุบแป้งทอดที่ตัวแป้งเป็นสูตรเฉพาะตัวที่สามารถรักษาความกรอบได้นานกว่าแป้งทอดทั่วๆไป ที่นี่มีของทอดให้เลือกตั้งแต่หอยนางรมไปจนถึงกุ้งก้ามกรามเลยทีเดียว โดยทงคัตสึของที่นี่จะชุ่มฉ่ำ แต่ไขมันต่ำด้วยวิธีการทอดที่เป็นความลับสุดยอดของร้านเลยก็ว่าได้
 ร้านหาทานได้: ไปโดนความกรอบฉ่ำหวานแต่ไม่มันได้ที่ร้าน Tonkichi Tonkatsu Seafood อยู่ที่ 412 ช่องที่ 4 ที่ World Trade Center อยู่ที่ 280 ถนน Gloucester, Causeway Bay โทร +852 2577 6617.
35. เฉาก๊วยหน้าผลไม้เฉาก๊วยที่มีสรรพคุณในการลดความดันโลหิต ที่ใส่ในถ้วยแล้วมีผลไม้รวมกองเป็นภูเขา จะเรียกว่าเป็นของหวานของกินเล่นก็แปลกๆ เพราะปริมาณผลไม้ที่ได้มานั้นเป็น Full course เลยทีเดียว แนะนำให้สั่ง 3 คน 1 ถ้วย เพราะได้ผลไม้รวมมาเป็นกระจาดเลยทีเดียว
 ร้านที่หากินได้: ร้าน Kei Kee Dessert ร้านที่ 7 Chi Fu Centre, Yuen Long โทร +852 2479 4743
36. พุดดิ้งมะม่วง เนื้อมะม่วง รสมะม่วง โรยหน้าด้วยมะม่วง มะม่วง และ มะม่วงพุดดิ้งที่ใช้วัตถุดิบอย่างเดียวตลอดการทำ นั่นก็คือมะม่วง ตั้งแต่ตัวพุดดิ้ง ซอสที่ราด แม้กระทั่งท็อปปิ้งก็มะม่วงทั้งนั้น โดยจะมีให้เลือกทั้งแบบธรรมชาติ กับแบบที่ใส่น้ำตาล
 ร้านที่หากินได้: ไปโดนได้ที่ร้าน Hui Lau Shan มีหลายสาขาให้เลือก ดูได้ที่ http://www.hkhls.com (ร้านนี้สั่งมะม่วงมาจากไทยแลนด์บ้านเรา)
37. หมูผัดเปรี้ยวหวานเมนูต้นตำรับจากกวางเจาอีกเมนูที่ใครๆก็ไม่ควรพลาด ด้วยสีสรรที่สดและน่ากิน ตามสูตรกวางเจาแท้ๆนั้นจะใช้น้ำส้มสายชู ลูกพลัมอบแห้ง และบ๊วยแผ่นเป็นเครื่องปรุงรส ทำให้สีของหมูผัดเปรี้ยวหวานมีสีแดงส้ม น่ากิน
 ร้านที่หากินได้: ไปลองได้ที่ร้าน Ho Choi มีหลายสาขา เข้าไปดูได้ที่ http://www.hochoi.com
38. สเต็ก ร้าน Louis’s Steak Houseที่ฮ่องกงมีร้านสเต็กมากมายเหมือนดอกเห็ด ผลพวงจากการเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ แต่ถ้าหากอยากจะหาร้านที่อร่อย กินแล้วเหาะได้ ต้องร้าน Louis’s Steak House ร้านนี้จะใช้เนื้อที่คุณภาพดีมาก ไม่เหนียว เนื้อจะนุ่มและชุ่มฉ่ำ ส่วนเกรวี่ที่ใช้ราดบานสเต็กจะปรุงใหม่ทุกวันและใช้เวลาเคี่ยวนานจนมีรสชาตที่เข้มข้นเฉพาะตัว
 ร้านที่หากินได้: ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 1 อาคาร Malaysia Building อยู่ที่ 50 ถนน Gloucester, Wan Chai โทร +852 2529 8933
39. ลูกชิ้นปลาอาหารสุดยิดของชาวฮ่องกง ถือเป็นอาหารที่ชาวฮ่องกงต้องได้กินเกือบทุกวัน และหาซื้อได้ง่ายมาก ง่ายถึงขนาดที่มีร้านขายป้ายรถเมล์ป้ายต่อป้ายเลยทีเดียว ลูกชิ้นปลาที่ฮ่องกงจะไม่นิยมผสมแป้ง จะใช้เนื้อปลาล้วนๆเป็นวัตถุดิบ และน้ำจิ้มที่มีรสชาตเค็ม เผ็ด หวาน คล้ายกับที่เมืองไทย
 ร้านที่หากินได้: ร้าน Tung Tat Restaurant ชั้น 1 อยู่ที่ 48 ถนน Pitt Street, Yau Ma Tei โทร +852 2332 8376
40. ไก่อบซอสสวิซเกิดจากฝรั่งที่มากินไก่อบที่ร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นไก่ที่เอาไปอบกับซิอิ้วดำ หรือซีอิ๊วหวานนี่แหละ แล้วฝรั่งก็เอาไปเล่าให้เพื่อนฟังว่าไปกิน ไก่อบสวีท (sweet)ซอส แต่เสี่ยวเอ้อฟังเป็น Swiss Sauce เลยกลายเป็นว่าไก่อบซีอิ๊วดำมีชื่อเรียกว่า ไก่อบซอสสวิซตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
 ร้านที่หากินได้: ร้าน Tai Ping Koon Restaurant อยู่ที่ 6 ถนน Pak Sha, Causeway Bay โทร +852 2576 9161

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *